อิสระทางการเงินกับธุรกิจส่วนตัว

 

ธุรกิจส่วนตัว อย่างที่ทุกท่านเข้าใจก็คือ การค้าขาย และ การบริการ ที่เราเป็นเจ้าของกิจการอยู่นั้นเอง แล้วเมื่อเราเป็นเจ้าของเราก็ต้องเป็นผู้ควบคุมจัดการ ก็คือการทำงานอย่างหนึ่ง แล้วแบบนี้จะเรียก อิสระทางการเงินได้อย่างไร หรือ จริง ๆ แล้วเราเข้าใจผิดอยู่ ไม่ได้เข้าใจคำว่าอิสระทางการเงินผิด แต่เข้าใจวิธีบริหารจัดการธุรกิจส่วนตัวผิดนั้นเอง แล้วแนวคิดแบบไหนที่จะทำให้เรามีอิสระทางการเงินกันล่ะ เราจะมาแนะนำให้ทุกท่านทราบทั่วกันในบทความนี้กัน

อิสระทางการเงิน อิสรภาพทางการเงิน หรือ การใช้เงินทำงาน ใช้ทรัพย์สินของตนเองทำงานนั้นเอง แต่การจะทำอย่างนั้นได้ต้องมีแนวคิด หรือ ระบบความคิดที่ถูกต้องเสียก่อน ซึ่งการเริ่มทำธุรกิจส่วนตัวนั้น จะมีข้อแตกต่างกว่าการเป็นลูกจ้างอยู่จุดหนึ่งคือ เมื่อเราทำงานไปได้ซักพักจนงานอยู่ตัวแล้ว ระบบในธุรกิจจะทำงานผลิตเงินได้เอง เหมือนโรงงานผลิตเงินที่ผลิตให้เราใช้ได้เรื่อย ๆ ต่างจากการเป็นลูกจ้างอย่างมาก เมื่อลูกจ้างทำงานไปเรื่อย ๆ ก็จะได้เลื่อนตำแหน่ง หรือ มีเงินเพิ่มมากขึ้น แต่จะไม่มีทางที่จะหยุดงาน แล้วจะได้เงินเช่นเดิม ในจุดนี้สำคัญมากที่แตกต่างกันที่สุดของ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว กับ ลูกจ้าง แล้วเราควรเริ่มธุรกิจจากอะไรเป็นอย่างแรก

ธุรกิจส่วนตัวที่ควรเลือกทำ

สิ่งแรกที่คุณควรคำนึงถึงก่อนทำธุรกิจส่วนตัวนั้น ๆ คือความชอบส่วนตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อเราชอบอะไร เรามักจะทำสิ่ง ๆ นั้นได้เป็นอย่างดี มีความใส่ใจ สนใจ และ ศึกษาสิ่งนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี แต่แค่นั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจส่วนตัวประสบความสำเร็จได้ แน่นอนว่าความชอบจะทำให้ทำสิ่งนั้นได้ดี แต่สิ่งที่รอบชอบ คนส่วนใหญ่สนใจด้วยหรือไม่ ความเป็นไปได้ที่จะทำรายได้กันสิ่งนี้มีแค่ไหน แล้วสิ่งที่เราชอบภายในอนาคตข้างหน้าจะยังคงมีอยู่หรือไม่ เพราะฉะนั้นความชอบของเรา ต้องควบคู่ไปกับความสนใจของคนส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้คนสนใจ คุณสมบัติ หรือ สิ่งที่ธุรกิจส่วนตัวเราต้องมีคืออะไร เราจะมาไขความลับของธุรกิจส่วนตัวให้ประสบความสำเร็จกัน

5 สิ่งที่ควรมีในการเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว

สิ่งที่เป็นรากฐานของธุรกิจส่วนตัวที่ประสบความสำเร็จ มั่นคง และ ทำกำไรได้อยู่เสมอ จำเป็นอย่างมากที่ต้องมีสิ่งต่อไปนี้

1. การช่างสังเกตุ ธุรกิจส่วนตัวของเรา เราต้องสังเกตุทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับธุรกิจนี้ ปัญหา ความผิดปกติ ข้อผิดพลาดต่าง ๆ เราต้องเป็นผู้สังเกตุเห็นเป็นบุคคลแรก ๆ แม้แต่โอกาสทางธุรกิจส่วนตัวนี้ เราต้องสังเกตุเห็นเป็นคนแรกเพื่อความสำเร็จทางธุรกิจ

2. ความละเอียดรอบคอบ ทุกจุดทุกรายละเอียด ต้องมีความใส่ใจละเอียดรอบคอบเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด และ เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด

3. วิสัยทัศน์กว้างไกล ไม่ว่าธุรกิจส่วนตัวของเราจะมีคู่แข่ง ปัญหามากมายรอเราอยู่ ธุรกิจของเราต้องก้าวข้ามคู่แข่ง หรือ ปัญหาไปได้เสมอ มีการพัฒนาธุรกิจส่วนตัวอยู่เสมอ

4. มีพันธมิตรที่ดี หรือ คอนเน็คชั่นที่ดี คุณต้องมีธุรกิจรอบข้างคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ หรือ มีลูกค้าที่อุดหนุนธุรกิจคุณอยู่สม่ำเสมอ

5. การวางระบบที่ดี คุณต้องสร้างระบบที่สามารถทำงานได้เอง โดยที่คุณไม่ต้องเข้ามาคอยดูแลแก้ไขปัญหา

แน่นอนว่า 5 สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาในเวลาอันสั้น กรุงโรมก็ไม่ได้สร้างในวันเดียวเช่นกัน การจะสร้างธุรกิจส่วนตัวให้ทำเงินได้เองนั้นต้องอาศัยแรง ความพยายาม ความอดทนของเราด้วยเช่นกัน แล้วเมื่อระบบของธุรกิจส่วนตัวเข้าที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังต้องคำนึงถึงก็คือ การบริหารเงินทุน หมุนเวียนภายในธุรกิจซึ่งต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างมากในการควบคุมการเงินให้สมดุลตามสภาวะที่เหมาะสม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลที่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัวนั้น ๆ ด้วย โดยหลักการบริหารเงินทุนหมุนเวียนมีการแนะนำให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยในบทความนี้เช่นกัน

เงินทุนหมุนเวียนควรบริหารอย่างไร

เงินทุนคือเส้นเลือดใหญ่ของธุรกิจส่วนตัว หากไม่มีเงินทุนแล้ว โครงสร้างของระบบก็จะพังพินาศลงไปด้วย การบริหารเงินทุนให้หมุนเวียนเพิ่มลดตามสภาวะความเหมาะสมก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในธุรกิจส่วนตัวที่ทำอยู่ ความสมดุลของเงินทุนนั้นขึ้นอยู่กับการคาดคะเน การวิเคราะห์ และ การตัดสินใจของตัวเจ้าของธุรกิจทั้งสิ้น ซึ่งเราควรแบ่งเงินทุนหมุนเวียน สร้างหลักการวางแผนแนวทางธุรกิจ และ แผนการใช้งบประมาณทางการเงิน

เริ่มจากการแบ่งเงินทุนหมุนเวียนเป็นสองส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้

1. เงินทุนหมุนเวียนแบบถาวร คือ การประมาณค่าของเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจว่าต้องใช้เงินจำนวณเท่าไร เพื่อรักษาธุรกิจให้ดำเนินงานต่อไปได้

2. เงินทุนหมุนเวียนแบบเปลี่ยนแปลง คือ การประมาณค่าของเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจว่าต้องใช้เงินจำนวณเท่าไหร่ เพื่อพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้า หรือ แก้ไขปัญหาได้อยู่เสมอ

ส่วนหลักการวางแผนธุรกิจนั้นมีไว้เพื่อคาดคะเนอนาคตที่จะเกิดขึ้น เพื่อเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดสิ่งผิดพลาดเหนือการคาดหมายไว้จนทำให้ธุรกิจของคุณล้มเหลว โดยการวางแผนทางธุรกิจมีหลัก ๆ 4 ประการคือ

1. แผนการทางธุรกิจในปัจจุบันที่จะมีผลต่ออนาคต เป็นการคาดคะเนแนวทางธุรกิจให้ใกล้เคียงกับอนาคตที่จะเกิดขึ้นมากที่สุด

2. แผนการทางธุรกิจแบบหลายชั้น เป็นการวางแผนไว้หลาย ๆ แบบเพื่อแก้ไขสถานการณ์หากแผนก่อนหน้าใช้ไม่ได้จริงตามคาด

3. แผนการทางธุรกิจเชิงปรัชญา เป็นการวางแผนตามทฤษฎี มีรูปแบบที่ชัดเจนตายตัว

4. แผนการทางธุรกิจเชิงโครงสร้าง เป็นการวางแผนเพื่อควบคุมโครงสร้างของธุรกิจให้ครอบคลุมต่อความเสี่ยงมากที่สุด

ส่วนสุดท้ายแผนการใช้งบประมาณทางการเงิน เจ้าของธุรกิจต้องคาดการถึงการใช้จ่ายของธุรกิจล่วงหน้าในทุก ๆ รายละเอียดให้สัมพันธ์กับหน้าที่หลักในการบริหารธุรกิจทั้ง 3 หน้าที่ คือ

1. การวางแผน หรือ การกำหนดในสิ่งที่ต้องจัดทำในอนาคตไว้ล่วงหน้า

2. การจัดการระบบ หรือ การตั้งตำแหน่งหน้าที่ให้แต่ละคนในธุรกิจอย่างชัดเจน

3. การควบคุม หรือ การจัดการควบคุมรายการปฏิบัติงานของแต่ละคนในธุรกิจ

เมื่อระบบอยู่ตัวแล้ว ธุรกิจสามารถทำงาน และ แก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็จะถึงคราวของเจ้าของธุรกิจส่วนตัวบ้างที่จะต้องพัฒนาธุรกิจให้ทันยุคทันสมัยอยู่เสมอ โดยสิ่งที่ต้องพัฒนาอยู่เสมอนั้นก็คือ คุณภาพของบุคคลในธุรกิจ และ คุณภาพของงานในธุรกิจ ให้พัฒนาต่อยอดไปได้เสมอ เหมือนดั่งปลูกการต้นไม้ให้สูงตระหง่านตระการตาขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเมื่อรากฐานมั่นคงแล้ว จึงจะเริ่มปลูกต้นไม้ต้นต่อ ๆ ไปเพื่อสร้างร่มเงาที่ร่มเย็นมากขึ้น การสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้นจึงต้องมีขั้นตอนการดำเนินงานด้วยเช่นกัน

ขั้นตอนการสร้างธุรกิจให้เติบโตขึ้น 4 ประการ

การที่จะพัฒนาธุรกิจส่วนตัวของตนเองให้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ นั้น นอกจากจะต้องพัฒนาแผนการทางธุรกิจแล้ว ตัวบุคลากรภายในธุรกิจพัฒนาขึ้นแล้ว ตัวเจ้าของธุรกิจเองจำเป็นที่จะต้องดำเนินขั้นต่อไปเพื่อให้ธุรกิจของตนเองนั้นมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนี้

1. สร้างรายได้หลายทาง การสร้างธุรกิจเดียวอาจไม่เพียงพอต่อความสำเร็จจะดีกว่าไหมหากเราสร้างรายได้หลายช่องทางให้ส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจมากขึ้น หรือ ส่วนแบ่งการตลาดแตกต่างจากธุรกิจเดิม

2. สร้างกลยุทธ์ทางการค้าให้เชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นของตนเอง หากสามารถสร้างความสอดคล้องทางธุรกิจที่ตนดูแลอยู่ได้แล้ว ระบบของธุรกิจก็จะครบวงจรมากขึ้น ความสะดวกสบายในธุรกิจก็จะมีมากขึ้นเช่นกัน

3. สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างเครือข่ายทางธุรกิจกับพันธมิตรรอบข้างเพื่อความน่าเชื่อถือในธุรกิจของตนเอง ทำให้มีแต่คนรู้จัก และ ยอมรับ

4. สร้างการปฏิบัติงานที่ดี การทำงานที่ดีจำเป็นต้องมีการประสานงานที่ดีด้วยเพื่อให้งานในธุรกิจมีการทำงานอย่างเป็นระบบ และ มีประสิทธิภาพสูงสุด

หากเรามาระบบโครงสร้าง แผนกลยุทธ์ และ บุคลากรที่ยอดเยี่ยมแล้ว ธุรกิจส่วนตัวของเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ตัวเจ้าของธุรกิจเองก็จะได้พบกับความสบายชนิดที่ว่า ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องงาน หรือ เรื่องเงินแต่อย่างใด เพราะถึงแม้จะเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ ระบบ กลยุทธ์ และ บุคลากรของเราก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้เองอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ นั่งคิดว่าเราจะเอาเงินไปทำอะไรดีกว่า หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจทุกท่าน เพื่อให้ทุกคนมีทางเดินสู่ความสำเร็จ และ อิสรภาพทางการเงินอย่างแท้จริง

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก
https://masii.co.th/thai

 

Share